(อ่านแล้ว 74 ครั้ง)
ปภ.เตือน 70 จังหวัด รับมือฝนหนัก 23–27 ก.ย.
ฝนถล่มหลายพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่า–ดินโคลนถล่ม เตือนทะเลคลื่นแรง
ปภ.ประกาศเตือน 70 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 หลังสภาพอากาศมีหลายปัจจัยเสริม ทั้งหย่อมความกดอากาศต่ำจากเวียดนามและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ขณะที่พื้นที่ชายฝั่งต้องจับตาคลื่นลมแรงเป็นพิเศษ
ฝนหนักกำลังขยับเข้าหลายพื้นที่
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยช่วงแรกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก ก่อนที่ฝนจะขยายไปยังพื้นที่อื่นในระยะต่อมา
ปัจจัยสำคัญมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งตอนกลางของเวียดนาม ซึ่งมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ขณะเดียวกัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ทั้งฝนและคลื่นลมในทะเลเพิ่มความรุนแรงตามไปด้วย
70 จังหวัดต้องจับตา น้ำท่วม–น้ำป่า–ดินถล่ม
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ครอบคลุม
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทุกจังหวัด
ส่วน ภาคใต้ มี 7 จังหวัด ได้แก่
ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และนราธิวาส
โดยเฉพาะพื้นที่เมืองหรือชุมชนที่เคยมีปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ระบบระบายน้ำอาจรองรับไม่ทัน
ทะเลอันดามัน–อ่าวไทย คลื่นแรงขึ้น
สำหรับพื้นที่ชายฝั่ง มีการแจ้งเตือนคลื่นลมแรงในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้
ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขณะที่ฝั่งอ่าวไทยตอนบนต้องจับตา เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์
ภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
คาดว่าอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูงประมาณ 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 3 เมตร
ดังนั้น นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในช่วงที่มีคลื่นลมแรง ขณะที่ชาวเรือและผู้ประกอบการเดินเรือควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจมีการพิจารณาห้ามเดินเรือในบางพื้นที่
แม่น้ำหลายสายต้องเฝ้าระวังน้ำเพิ่มเร็ว
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
พื้นที่ที่ถูกระบุให้เฝ้าระวัง ได้แก่
-
แม่ฮ่องสอน แม่น้ำเมย แม่น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง
-
พิษณุโลก แม่น้ำวังทอง
-
ราชบุรี แม่น้ำภาชี
-
นครนายก แม่น้ำนครนายก
-
ปราจีนบุรี แม่น้ำปราจีนบุรี
-
สระแก้ว คลองพระสะทึง และคลองพระปรง
-
จันทบุรี แม่น้ำจันทบุรี
-
ระนอง คลองกะเปอร์
-
นราธิวาส แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำโก-ลก
พื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำจึงควรติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำหรือพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมมาก่อน
ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ต้องจับตาเป็นพิเศษ
อีกพื้นที่สำคัญคือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าจะมีน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในระดับประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
หากสถานการณ์เป็นไปตามคาด ระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.75–1.25 เมตร
พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ต้องติดตาม ได้แก่
ชัยนาท อ.สรรพยา
สิงห์บุรี อ.อินทร์บุรี
อ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง และ อ.วิเศษชัยชาญ
พระนครศรีอยุธยา อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน และ อ.บางไทร
ปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี และ อ.สามโคก
ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรติดตามประกาศระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
ปภ.สั่งเตรียมกำลัง เครื่องจักร และศูนย์พักพิง
จากสถานการณ์ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ปภ.ได้ประสานแจ้ง 70 จังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศ ให้เตรียมพร้อมรับมือ
เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องติดตามปริมาณฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าไปประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
พื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่แล้ว ให้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มกำลังเพื่อลดผลกระทบ
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น ถ้ำ น้ำตก และถ้ำลอด หากพบว่ามีความเสี่ยงจากน้ำป่าหรือฝนตกหนัก ต้องแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ทันที
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียม ศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็น เพื่อรองรับประชาชนที่อาจต้องอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัย
23–27 กันยายน อย่าประมาท
สถานการณ์ครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะเกิดน้ำท่วม แต่เป็นช่วงที่ หลายปัจจัยด้านสภาพอากาศมาประกอบกัน ทั้งฝนตกหนัก หย่อมความกดอากาศต่ำ มรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น และคลื่นลมในทะเลที่เพิ่มความรุนแรง
สิ่งที่ประชาชนควรทำจึงไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือ ติดตามข่าวสาร เตรียมพร้อม และไม่ประมาท
โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ใกล้แม่น้ำ ลำคลอง เชิงเขา พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และพื้นที่ชายฝั่ง ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569
เพราะภัยธรรมชาติอาจไม่ได้ให้เวลามากนักในการเตรียมตัว
รู้ก่อน เตรียมก่อน ย้ายก่อน เมื่อถึงเวลาวิกฤต ย่อมลดความสูญเสียได้มากกว่า

















