(อ่านแล้ว 75 ครั้ง)
อาลัย “เปี๊ยก โปสเตอร์” ศิลปินแห่งชาติ
ปิดตำนานผู้วาดใบปิดหนัง–ผู้กำกับชั้นครู เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 93 ปี
วงการภาพยนตร์ไทยสูญเสียบุคลากรคนสำคัญอีกครั้ง เมื่อ “เปี๊ยก โปสเตอร์” หรือ นายสมบูรณ์สุข นิยมศิริ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) พ.ศ. 2558 ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 13.15 น. ด้วยโรคชรา สิริอายุ 93 ปี โดยข้อมูลการเสียชีวิตได้รับการแจ้งจากครอบครัว ท่ามกลางความอาลัยของคนในวงการภาพยนตร์และผู้ที่เคยติดตามผลงานของศิลปินอาวุโสรายนี้
การจากไปครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนวันคล้ายวันเกิดปีที่ 94 ของเขาเพียง 24 วัน เนื่องจากเปี๊ยก โปสเตอร์ เกิดวันที่ 18 ตุลาคม 2475 ที่จังหวัดเชียงใหม่
จากพู่กันบนใบปิด สู่ชื่อที่กลายเป็นตำนาน
ก่อนจะกลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่คนไทยจดจำ “เปี๊ยก โปสเตอร์” สร้างชื่อจากก
ารเป็น ช่างเขียนป้ายโฆษณา วาดปกนิตยสาร และเขียนใบปิดภาพยนตร์ หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนเพาะช่าง
ผลงานในยุคแรก ๆ ของเขาคือการวาดภาพดาราลงบนใบปิดภาพยนตร์ โดยมีเรื่อง “พี่ชาย” เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ยุคแรกที่เขาได้รับโอกาสวาดภาพประกอบ จากการเซ็นชื่อว่า “เปี๊ยก” และความโดดเด่นในการใช้ สีโปสเตอร์ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “เปี๊ยก โปสเตอร์” ที่ติดตัวเขามาตลอดชีวิต
งานของเขาไม่ได้เป็นเพียงภาพประกอบประชาสัมพันธ์หนัง แต่เป็นงานศิลปะที่ช่วยสร้างจินตนาการให้กับผู้ชมในยุคที่ภาพถ่ายประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีดิจิทัลยังไม่เข้ามามีบทบาทเหมือนปัจจุบัน
มีข้อมูลว่าเขาสร้างสรรค์ใบปิดภาพยนตร์ไว้ มากกว่า 1,000 เรื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์ศิลปะใบปิดภาพยนตร์ไทย
“โทน” จุดเปลี่ยนจากช่างเขียนใบปิดสู่ผู้กำกับ
ปี 2513 เปี๊ยก โปสเตอร์ ก้าวเข้าสู่การกำกับภาพยนตร์ด้วยเรื่อง “โทน” ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการหนังไทย
หอภาพยนตร์ระบุว่า “โทน” เป็นผลงานที่เปี๊ยกตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อก้าวออกจากภาพจำของหนังไทยแบบเดิม ๆ และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของ “คลื่นลูกใหม่” ของภาพยนตร์ไทยสมัยใหม่ โดยภาพยนตร์สามารถทำรายได้ถึงประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับยุคนั้น
หลังจากนั้น เขาสร้างผลงานอีกหลายเรื่อง ทั้ง ดวง, ชู้, วัยอลวน, วัยระเริง, ข้างหลังภาพ, บินแหลก และสะพานรักสารสิน รวมถึงภาพยนตร์อีกจำนวนมาก
หนึ่งในผลงานที่ยังถูกพูดถึงจนถึงปัจจุบันคือ “วัยอลวน” ภาพยนตร์ปี 2519 ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และสามารถสะท้อนบรรยากาศของสังคมไทยและคนหนุ่มสาวในยุคที่สังคมกำลังเปลี่ยนแปลง
ขณะที่ “ข้างหลังภาพ” ฉบับปี 2528 เป็นอีกผลงานสำคัญที่นำวรรณกรรมของศรีบูรพามาสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยมีการยกกองไปถ่ายทำในประเทศญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่
ไม่ได้สร้างแค่หนัง แต่สร้าง “วิธีคิด” ให้คนทำหนัง
สิ่งที่ทำให้เปี๊ยก โปสเตอร์ มีความโดดเด่น ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนภาพยนตร์ที่กำกับ แต่ยังมาจากพื้นฐานของการเป็นศิลปินทัศนศิลป์
เขาให้ความสำคัญกับ การออกแบบภาพ การวางองค์ประกอบ และการเตรียมงานก่อนถ่ายทำ และได้รับการกล่าวถึงในฐานะผู้บุกเบิกการใช้ Storyboard อย่างเป็นระบบในการสร้างภาพยนตร์ไทย
ประสบการณ์จากการวาดภาพทำให้เขามองภาพยนตร์ผ่านองค์ประกอบทางศิลปะอย่างชัดเจน ตั้งแต่ภาพ แสง สี มุมมอง ไปจนถึงการเล่าเรื่อง
หอภาพยนตร์ยกย่องเขาว่าเป็นผู้กำกับที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย และผลงานของเขามักถูกกล่าวถึงเมื่อมีการรวบรวมภาพยนตร์ไทยที่มีคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์
อีกบทบาทสำคัญ — ผู้ช่วยรักษาความทรงจำของหนังไทย
นอกจากการสร้างภาพยนตร์แล้ว เปี๊ยก โปสเตอร์ ยังมีบทบาทในการ อนุรักษ์มรดกภาพยนตร์ไทย
เขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการโครงการจัดตั้งหอภาพยนตร์แห่งชาติในปี 2527 และเป็น ผู้บริจาคฟิล์มภาพยนตร์ให้หอภาพยนตร์แห่งชาติเป็นรายแรก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2527
หลังจากนั้นยังทยอยมอบฟิล์ม เอกสาร อุปกรณ์ และสิ่งของส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานภาพยนตร์ให้หอภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง จนคอลเลกชันของเขากลายเป็นหนึ่งในกรุสำคัญของคลังอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย
กล่าวได้ว่า เขาไม่ได้เพียงสร้างภาพยนตร์ในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ แต่ยังช่วยเก็บรักษา หลักฐานของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
ศิลปินแห่งชาติผู้ยังอยู่กับวงการภาพยนตร์จนถึงวัยชรา
ด้วยผลงานและคุณูปการที่สั่งสมมายาวนาน สมบูรณ์สุข นิยมศิริ ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2558 สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์)
นอกจากงานกำกับ เขายังปรากฏตัวในภาพยนตร์ “Top Secret วัยรุ่นพันล้าน” และได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์บันเทิง ตามข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรม
ก่อนหน้านี้ในวาระอายุครบ 90 ปี หอภาพยนตร์ได้จัดนิทรรศการ “เปี๊ยกโปสเตอร์ 90+” เพื่อรวบรวมผลงานและสิ่งเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์จากคอลเลกชันของเขามาจัดแสดง เพื่อถ่ายทอดวิธีคิดและกระบวนการทำงานของศิลปินให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้
ปิดฉากชีวิต แต่ไม่ปิดตำนาน
การจากไปของ “เปี๊ยก โปสเตอร์” จึงไม่ใช่เพียงการสูญเสียผู้กำกับภาพยนตร์อาวุโสคนหนึ่ง
แต่คือการจากไปของคนรุ่นหนึ่งที่เคยใช้ พู่กัน สีโปสเตอร์ แผ่นฟิล์ม และจินตนาการ สร้างภาพให้กับความฝันของผู้ชมชาวไทย
จากใบปิดที่เคยทำให้คนเดินเข้าโรงหนัง
สู่ภาพยนตร์ที่กลายเป็นความทรงจำของคนหลายรุ่น
และจากฟิล์มที่เขาเคยเก็บรักษาไว้
สู่ประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นหลังยังสามารถย้อนกลับไปศึกษาได้
พู่กันของ “เปี๊ยก โปสเตอร์” หยุดลงแล้วในวันนี้
แต่ภาพที่เขาทิ้งไว้บนแผ่นฟิล์มและในประวัติศาสตร์หนังไทย ยังไม่จางหาย
ขอแสดงความอาลัยต่อ นายสมบูรณ์สุข นิยมศิริ “เปี๊ยก โปสเตอร์” ศิลปินแห่งชาติ และบุคคลสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย มา ณ ที่นี้
















