(อ่านแล้ว 15 ครั้ง)
ยุโรปรวมพลังหนุนกรีนแลนด์! 8 ชาติออกแถลงการณ์ต้านแรงกดดันทรัมป์ ขู่ภาษีแลกยึดเกาะ
คอลัมน์ข่าว:aekdon
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคอาร์กติกทวีความตึงเครียด เมื่อ 8 ประเทศยุโรปออกแถลงการณ์ร่วม แสดงจุดยืนยืนเคียงข้าง “กรีนแลนด์” หลังอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ใช้มาตรการเก็บภาษีศุลกากรกับชาติที่คัดค้านแผนการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นจาก อังกฤษ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน โดยระบุชัดว่า คำขู่ด้านภาษีของสหรัฐฯ ไม่เพียงบั่นทอนความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ยังเสี่ยงนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและอันตรายยิ่งขึ้น ทั้ง 8 ประเทศย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก ภายใต้กรอบพันธมิตรนาโต และยืนยันหลักการอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างหนักแน่น
ชนวนความตึงเครียดเกิดขึ้นเมื่อทรัมป์โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 17 มกราคม ขู่ว่าสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 10% กับสินค้าจากทั้ง 8 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะเพิ่มเป็น 25% หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงซื้อ–ขายเกาะกรีนแลนด์ได้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน
เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวต้อนรับจุดยืนร่วมของประเทศยุโรป พร้อมย้ำว่า ยุโรปต้องการความร่วมมือ ไม่ใช่ความขัดแย้ง และจะไม่ยอมถูก “แบล็กเมล” ทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐบาลอังกฤษระบุว่า นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ได้หารือทางโทรศัพท์กับทรัมป์ โดยย้ำว่าความมั่นคงของกรีนแลนด์เป็นเรื่องสำคัญของสมาชิกนาโตทุกประเทศ และการใช้ภาษีกดดันพันธมิตรเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ด้านมาร์ก รุตเอ เลขาธิการนาโต เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับทรัมป์เกี่ยวกับความมั่นคงในกรีนแลนด์และอาร์กติก และคาดว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมในการประชุมเศรษฐกิจโลกที่ดาวอส แม้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการประชุมฉุกเฉินของเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องให้เร่งโน้มน้าวสหรัฐฯ ไม่ให้เดินหน้ามาตรการภาษี แต่ก็เตรียมมาตรการตอบโต้ไว้ หากการกดดันเกิดขึ้นจริง
ล่าสุด อันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป ประกาศเตรียมเรียกประชุมสุดยอดผู้นำอียูวาระพิเศษในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยคาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 22 มกราคม เพื่อหารือท่าทีตอบโต้สหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่า อียูมีความพร้อมปกป้องเดนมาร์กและกรีนแลนด์จากการบีบบังคับทุกรูปแบบ ขณะเดียวกันยังเปิดประตูสู่การเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับวอชิงตัน
ท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจโลก บททดสอบครั้งนี้ไม่เพียงชี้ชะตากรีนแลนด์ แต่ยังสะท้อนทิศทางความสัมพันธ์สหรัฐฯ–ยุโรป และเสถียรภาพของภูมิภาคอาร์กติกในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

















