(อ่านแล้ว 15 ครั้ง)
“ทบ.” แจงผลนิติเวชคดี “พลฯ เพชรรัตน์” ไม่พบช้อนในร่าง เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว ยันหลักฐานวิทยาศาสตร์ชัด เปิดทางสังคมตั้งข้อสงสัยได้
กรณีการเสียชีวิตของพลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งถูกตั้งคำถามในสังคมเกี่ยวกับ “ช้อน” ที่พบในเถ้ากระดูกภายหลังการฌาปนกิจ ล่าสุดกองทัพบกออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ผลตรวจทางนิติเวชไม่พบสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย และสรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า แพทย์ได้ดำเนินการชันสูตรตามขั้นตอนมาตรฐาน มีการเอกซเรย์และตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างครบถ้วน ผลยืนยันชัดเจนว่าไม่พบวัตถุแปลกปลอมภายในร่างกาย อีกทั้งไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือความบอบช้ำใด ๆ
โฆษกระบุด้วยว่า ก่อนเสียชีวิต พลทหารเพชรรัตน์มีอาการลมชัก และหน่วยได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที โดยอาการหัวใจล้มเหลวสามารถเกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้ ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่ามีการปฐมพยาบาลที่ผิดขั้นตอนตามที่บางกระแสตั้งข้อสังเกต
ในส่วนของประเด็น “ช้อน” ที่สังคมตั้งคำถามนั้น พลตรีวินธัยชี้แจงว่า การพกช้อนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหลายหน่วย โดยเฉพาะในช่วงการฝึกภาคสนามที่ต้องรับประทานอาหารนอกพื้นที่ตั้ง จึงถือเป็นอุปกรณ์ประจำตัว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งต้องยึดหลักฐานทางการแพทย์เป็นหลัก
ด้านพยานบุคคล โดยเฉพาะเพื่อนพลทหารที่อยู่ร่วมกัน ให้การสอดคล้องกันว่า ไม่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายกันก่อนหน้า ขณะที่กระบวนการตรวจสอบทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย หากเป็นการเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ จะต้องเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้ ผลสรุปทางการแพทย์ถือว่ามีความชัดเจนแล้ว
โฆษกกองทัพบกยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากบางภาคส่วนและพรรคการเมืองว่า สังคมสามารถตั้งข้อสงสัยได้ แต่กองทัพบกมีหน้าที่ชี้แจงตามข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ พร้อมย้ำว่า กำลังพลทุกนายถือเป็น “คนในครอบครัว” ของกองทัพ หากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทหรือการกลั่นแกล้ง ไม่ว่าจะระหว่างพลทหารด้วยกันเองหรือจากผู้บังคับบัญชา จะต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อให้ความเป็นธรรม
ตอนท้าย โฆษกกองทัพบกย้ำว่า ยังไม่เคยปรากฏกรณีในลักษณะ “ทำร้ายโดยใส่วัตถุแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย” มาก่อน โดยเฉพาะวัตถุอย่างช้อนซึ่งทางกายภาพแทบเป็นไปไม่ได้ พร้อมยืนยันว่า ข้อสรุปในคดีนี้ตั้งอยู่บนผลตรวจพิสูจน์ที่มีบันทึกหลักฐานครบถ้วน
ท่ามกลางข้อสงสัยของสังคม คำชี้แจงของกองทัพบกจึงถือเป็นความพยายามตอกย้ำว่า กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต้องอาศัยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ ขณะที่ความเชื่อมั่นของสาธารณชนยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่องค์กรต้องบริหารจัดการควบคู่กันไป.
















