ไทย เอสพีเอส นิวส์ เป็นเว็บข่าวเพื่อมวลชน เจาะลึก ทันเหตุการณ์ โดยสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย
ดีเบตขนส่งเดือด สภาผู้บริโภคท้า 4 พรรคการเมือง แก้ปัญหาทั้งประเทศ
(อ่านแล้ว 86 ครั้ง)
Share on Google+

 

 
สภาผู้บริโภค เปิดเวทีดีเบต 4 พรรคการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ถามชัดใครกล้าปฏิรูประบบขนส่ง ลดค่าโดยสาร กระจายอำนาจท้องถิ่น และยุติสัญญาที่เอื้อเอกชนมากกว่าประชาชน
 
นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค กล่าวถึงปัญหาขนส่งในกรุงเทพฯว่า แม้จะมีการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าจำนวนมาก แต่โครงการรถไฟฟ้าต่างกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจหรือใกล้ห้างสรรพสินค้า ไม่มีระบบขนส่งรอง (Feeder) ที่เชื่อมต่อ ประกอบกับปัญหาค่าโดยสารที่มีราคาสูง ทำให้ประชาชนบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ ขณะที่สถานการณ์ขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัดยิ่งสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากหลายพื้นที่มีรถโดยสารให้บริการอย่างจำกัด ขาดคุณภาพ และไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน
 
เมื่อขนส่งสาธารณะไม่ตอบโจทย์ ทำให้บางกลุ่มที่มีกำลังมากพอจึงหันไปใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัว ซึ่งไม่เพียงเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญของปัญหารถติดและมลพิษ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐในหลายพื้นที่ยังมีบทบาทจำกัดอยู่เพียงการกำกับดูแลตามกรอบกฎหมายหรือสัญญาสัมปทาน แต่ขาดการวางนโยบายเชิงรุกและการสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ส่งผลให้ประชาชนต่างจังหวัดยังถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และไม่สามารถเข้าถึงการเดินทางที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และเป็นธรรมได้อย่างเท่าเทียม
 
ชงพรรคการเมือง เร่งแก้ปัญหาขนส่งทั่วประเทศ
สภาผู้บริโภคจึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายในเรื่องขนส่งสาธารณะ ทั้งการกำหนดค่าโดยสารที่เป็นธรรม กำหนดสัดส่วนค่าโดยสารขนส่งสาธารณะไม่เกิน 10% ของรายได้ขั้นต่ำ หรือไม่ควรเกิน 40 บาทต่อวัน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้จริงและทั่วถึง รวมถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ให้มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางด้วยบัตรใบเดียวและลดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน
 
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐทบทวนการใช้งบประมาณขยายถนน โดยเฉพาะการสร้างทางด่วน 2 ชั้นเพิ่มเติมอีก แต่ให้นำงบประมาณมาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะคุณภาพสูงที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมแทน ซึ่งการลงทุนก่อสร้างขนาดใหญ่ยังซ้ำเติมปัญหาในเรื่องฝุ่น PM 2.5 ให้กระทบสุขภาพของประชาชนมากขึ้น
สำหรับต่างจังหวัดมีข้อเสนอเพิ่มเติมในเรื่อง การพัฒนารถโดยสารสาธารณะไฟฟ้า (EV Bus) ในระดับจังหวัด การกระจายอำนาจให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีบทบาทจัดบริการขนส่งสาธารณะ ควบคู่การจัดตั้งกองทุนรถโดยสารสาธารณะจากภาษีล้อเลื่อน การสนับสนุนสวัสดิการค่าโดยสารสำหรับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถทัศนศึกษาและการเดินทางของเด็กอย่างเป็นระบบ
 
เวทีดีเบตพรรคการเมือง ชี้ชะตานโยบายขนส่งเมืองใหญ่
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคได้จัดเวทีดีเบตใหญ่ “ขนส่งไร้รอยต่อกรุงเทพ : อนาคตที่ทุกคนเลือกได้” โดยเชิญตัวแทนจาก 4 พรรคการเมืองหลัก ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มาประชันวิสัยทัศน์ในเรื่องขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ก่อนการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าพรรคไหนจะกล้าลุกขึ้นมาคุ้มครองผู้บริโภค และพร้อมรื้อสัญญาสัมปทานที่เอื้อประโยชน์ให้ภาคเอกชนมากกว่าประชาชน
 
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและผู้บริโภคร่วมติดตาม เวทีดีเบตใหญ่ “ขนส่งไร้รอยต่อกรุงเทพ : อนาคตที่ทุกคนเลือกได้” ในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 09.30-12.00 น. ณ โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา หรือรับชมการถ่ายทอดผ่านเฟซบุ๊ก “สภาองค์กรของผู้บริโภค” และ The Reporters ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ลิงก์กูเกิลฟอร์มนี้ https://forms.gle/2LjSrk44pubvboBf9... 
Share on Google+
หนังสือพิมพ์ออนไลน์
เศรษฐกิจในประเทศ