ไทย เอสพีเอส นิวส์ เป็นเว็บข่าวเพื่อมวลชน เจาะลึก ทันเหตุการณ์ โดยสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย
ศาลปกครองกลาง ยกฟ้องปมไม่แต่งตั้ง “เลขาธิการ กสทช.” ชี้มติบอร์ดชอบด้วยกฎหมาย มีเหตุผลเพียงพอ
(อ่านแล้ว 17 ครั้ง)
Share on Google+

  

ศาลปกครองกลาง ยกฟ้องปมไม่แต่งตั้ง “เลขาธิการ กสทช.” ชี้มติบอร์ดชอบด้วยกฎหมาย มีเหตุผลเพียงพอ

 


ศาลปกครองกลางยกฟ้อง! ปมชวดเก้าอี้เลขาธิการ กสทช. ชี้บอร์ดไม่เห็นชอบมีเหตุผล ไม่ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 1463/2567 หมายเลขแดงที่ 293/2569 กรณีที่นาย ต. ฟ้องขอให้เพิกถอนมติและคำสั่งไม่แต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รวมถึงคดีละเมิดที่เกี่ยวเนื่องกัน

ศาลมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” โดยเห็นว่ามติของคณะกรรมการ (บอร์ด) ที่ไม่เห็นชอบให้แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีนั้น เป็นการใช้ดุลพินิจที่มีเหตุผลและไม่ขัดต่อกฎหมาย

ปมขัดแย้งเริ่มจาก “ขั้นตอนสรรหา”

ข้อพิพาทเกิดขึ้นจากกระบวนการกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการ กสทช. ในปี 2566 โดยในการประชุมครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 บอร์ดมีมติให้ชะลอการคัดเลือกผู้บริหารไว้ก่อน จนกว่าจะปรับปรุงหลักเกณฑ์การสรรหาและโครงสร้างองค์กรให้แล้วเสร็จ

ต่อมา แม้จะมีการเสนอวาระเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งอีกครั้ง แต่บอร์ดมีมติให้ถอนวาระและให้ดำเนินการตามมติเดิม กล่าวคือ ต้องจัดทำหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาให้ชัดเจนก่อน

อย่างไรก็ตาม ประธานบอร์ดในขณะนั้นได้ใช้อำนาจตามมาตรา 61 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2553 ดำเนินการสรรหา และเสนอชื่อผู้ฟ้องคดีให้บอร์ดพิจารณาเห็นชอบในต้นปี 2567

เสียงข้างมากไม่เห็นชอบ เหตุไม่โปร่งใสพอ

ที่ประชุมบอร์ดเสียงข้างมากมีมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้ง โดยให้เหตุผลว่า กระบวนการสรรหาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับมติเดิมของบอร์ด อีกทั้งมีการร้องเรียน โต้แย้ง และมีคดีความเกี่ยวกับขั้นตอนการสรรหา

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า บอร์ดย่อมผูกพันตามมติที่มีอยู่ก่อนหน้า ตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ดังนั้น การที่เสียงข้างมากไม่เห็นชอบการแต่งตั้ง จึงถือเป็นการใช้ดุลพินิจที่มี “เหตุผลรองรับเพียงพอ”

ศาลชี้ ไม่เป็นการละเมิด

คำพิพากษาระบุชัดว่า มติของบอร์ดและคำสั่งไม่แต่งตั้ง ไม่ใช่การกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย และไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี

กล่าวโดยสรุป คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญของกฎหมายปกครองว่า การใช้ดุลพินิจขององค์กรอิสระ หากมีเหตุผล มีขั้นตอน และไม่ขัดต่อบทบัญญัติกฎหมาย ศาลจะไม่เข้าไปก้าวล่วงแทนที่ดุลพินิจนั้น

คำพิพากษาครั้งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญต่อแนวทางการบริหารงานและการสรรหาผู้บริหารระดับสูงขององค์กรกำกับดูแลอิสระในอนาคต.

Share on Google+
หนังสือพิมพ์ออนไลน์
เศรษฐกิจในประเทศ