(อ่านแล้ว 45 ครั้ง)
“ชายแดนสระแก้ว” จุดเสี่ยงซ้อน กมธ.ทหารวุฒิฯ ชี้ต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่รั้ว
การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่จังหวัดสระแก้ว ไม่ใช่เพียงการตรวจราชการตามปกติ แต่สะท้อนภาพ “โจทย์ใหญ่” ของความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ซับซ้อนมากกว่าที่เห็น
ข้อค้นพบสำคัญคือ พื้นที่ชายแดนด้านตะวันออกกำลังเผชิญ “ความเสี่ยงเชิงซ้อน” ที่เชื่อมโยงกันหลายมิติ ตั้งแต่แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การลักลอบเข้าเมือง ยาเสพติด ไปจนถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดโดด ๆ แต่เป็นเครือข่ายที่อาศัยช่องว่างของรัฐและเทคโนโลยีข้ามพรมแดนเป็นตัวเร่ง
มุมมองเชิงความมั่นคงชี้ชัดว่า การแก้ปัญหาแบบเดิมที่เน้นมาตรการภายในประเทศเพียงอย่างเดียว “ไม่เพียงพออีกต่อไป” จำเป็นต้องยกระดับทั้งระบบ ตั้งแต่การข่าว ฐานข้อมูล ความร่วมมือระหว่างประเทศ ไปจนถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ควบคู่กัน
อีกประเด็นที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ “ปัญหาที่ดินชายแดน” ซึ่งเป็นปมเรื้อรังจากความไม่ชัดเจนของเขตแดน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากอยู่ในสภาพถือครองที่ดินไม่มั่นคง ใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ และเมื่อมีมาตรการด้านความมั่นคง เช่น การปิดพื้นที่ ยิ่งกระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตโดยตรง
สถานการณ์นี้สะท้อนความท้าทายของรัฐไทยในการ “รักษาสมดุล” ระหว่างการปกป้องอธิปไตย กับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แนวทางแก้จึงต้องเดินคู่กัน ทั้งการเร่งปักปันเขตแดน การออกเอกสารสิทธิที่เหมาะสม และการใช้มาตรการความมั่นคงอย่างยืดหยุ่น
ส่วนแนวคิด “สร้างรั้วชายแดน” ถูกประเมินว่าเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และช่วยลดการลักลอบได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะไม่สามารถแก้รากของปัญหาได้ อีกทั้งยังอาจกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชุมชนชายแดน หากดำเนินการโดยไม่รอบคอบ
ภาพรวมจึงชัดเจนว่า ความมั่นคงชายแดนในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องทหารหรือการป้องกันประเทศ แต่คือ “โจทย์เชิงระบบ” ที่ต้องอาศัยการบูรณาการทุกภาคส่วน
และสุดท้าย บทสรุปจากพื้นที่สระแก้วครั้งนี้ อาจกำลังส่งสัญญาณไปยังผู้กำหนดนโยบายว่า
“การสร้างกำแพง อาจกันคนได้บางส่วน แต่การสร้างระบบที่เข้มแข็งเท่านั้น ที่จะกันปัญหาได้อย่างยั่งยืน”

















