ไทย เอสพีเอส นิวส์ เป็นเว็บข่าวเพื่อมวลชน เจาะลึก ทันเหตุการณ์ โดยสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย
ดื่มน้ำให้พอดี เคล็ดลับดูแลไตเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด
(อ่านแล้ว 40 ครั้ง)
Share on Google+

 ดื่มน้ำให้พอดี เคล็ดลับดูแลไตเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด


1. ความสำคัญของน้ำต่อร่างกายและไต ร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 60% ของน้ำหนักตัว น้ำช่วยในระบบไหลเวียนเลือด นำสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะ และช่วยให้ไตกรองของเสียออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะ การดื่มน้ำที่เพียงพอ ช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต ลดความเสี่ยงการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และช่วยให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ควรดื่มน้ำวันละเท่าไรถึงจะ "พอดี"? คนทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ: แนะนำให้ดื่มน้ำเฉลี่ย 8-10 แก้วต่อวัน (หรือประมาณ 1.5 - 2 ลิตร) สูตรคำนวณตามน้ำหนักตัว: น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) x 30 ถึง 35 มล. เช่น หนัก 60 กก. ควรดื่มประมาณ 1.8 - 2.1 ลิตรต่อวัน สังเกตจากสีปัสสาวะ: เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด สีเหลืองอ่อนหรือใส: ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ สีเหลืองเข้มหรือขุ่น: ร่างกายกำลังขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเพิ่ม ภาวะที่ต้องการน้ำเพิ่ม: เมื่ออยู่กลางแจ้ง อากาศร้อน ออกกำลังกาย มีไข้ ท้องเสีย หรืออาเจียน 3. ดื่มน้อยไปหรือมากไป...อันตรายอย่างไร? ดื่มน้อยเกินไป: เลือดจะเข้มข้น ไตทำงานลำบาก ของเสียคั่งค้าง และเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต หากขาดน้ำเรื้อรังอาจทำให้ไตเสื่อมได้ ดื่มมากเกินไป (เกิน 3.5 - 6 ลิตรในเวลาสั้นๆ): อาจเกิดภาวะน้ำเป็นพิษ (Water Intoxication) ทำให้เกลือแร่ในเลือดต่ำ (โซเดียมต่ำ) ส่งผลให้เซลล์บวม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ชัก และอาจเสียชีวิตได้ 4. คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยโรคไตระยะแรก: ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ (ประมาณ 1.7 - 2 ลิตร) เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของไต ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายหรือผู้ที่ฟอกไต: ต้องจำกัดน้ำอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะไตไม่สามารถขับน้ำออกได้หมด หากดื่มมากไปจะเกิดภาวะน้ำเกิน บวม ความดันสูง และน้ำท่วมปอดซึ่งอันตรายถึงชีวิต 5. เคล็ดลับการดื่มน้ำและการดูแลไต วิธีการดื่ม: ควรจิบน้ำทีละน้อยตลอดทั้งวัน ไม่ควรดื่มครั้งละมากๆ ในทีเดียว ชนิดของน้ำ: น้ำเปล่าสะอาดดีที่สุด สำหรับผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงน้ำแร่ น้ำอัดลม น้ำหวาน และน้ำผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง การดูแลไตด้านอื่นๆ: ควบคุมความดันโลหิตและเบาหวาน หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด/อาหารแปรรูป และหลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน) ต่อเนื่องนานๆ โดยไม่จำเป็น สรุปสั้นๆ: สำหรับคนทั่วไป "ดื่มน้ำเปล่าให้พอดี สังเกตสีปัสสาวะให้ใสเหลืองอ่อน" คือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพไตที่ดีครับ

Share on Google+
หนังสือพิมพ์ออนไลน์
เศรษฐกิจในประเทศ