(อ่านแล้ว 39 ครั้ง)
“ทักษิณ” ก้าวพ้นกำแพงคลองเปรมในรอบ 8 เดือน สวมกอดครอบครัว-คนเสื้อแดงแห่รับ ร้องเพลงชาติไทยก่อนกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า
บรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เช้าวันที่ 11 พฤษภาคม เต็มไปด้วยความคึกคักและแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง เมื่อ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการปล่อยตัวพักโทษ หลังถูกคุมขังครบเกณฑ์ 8 เดือน หรือ 243 วัน ท่ามกลางครอบครัว แกนนำพรรคเพื่อไทย และมวลชนคนเสื้อแดงที่เดินทางมารอต้อนรับอย่างเนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้ามืด
ครอบครัวชินวัตรเดินทางมาถึงหน้าเรือนจำตั้งแต่เวลา 07.30 น. เพื่อรอรับอดีตนายกฯ ที่ได้รับสิทธิพักโทษตามหลักเกณฑ์ หลังรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของโทษจำคุก 1 ปี โดยจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติไปจนถึงวันที่ 9 กันยายน 2569
เวลา 07.40 น. ประตูเรือนจำเปิดออก พร้อมการปรากฏตัวของนายทักษิณในลุคเรียบง่าย สวมเสื้อโปโลสีขาว กางเกงสีกรมท่า รองเท้าผ้าใบสีขาว และตัดผมรองทรงสูง เดินออกมาท่ามกลางเสียงโห่ร้อง “เรารักทักษิณ” และเสียงไชโยจากผู้สนับสนุน
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเรือนจำ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” พร้อมพี่น้องและลูกหลาน ได้เข้าสวมกอดอย่างอบอุ่น โดยมีภาพของ น.ส.แพทองธาร ที่มีน้ำตาคลอ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความตื้นตัน ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตแกนนำ นปช. ต่างทยอยเข้าทักทายและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
อีกหนึ่งภาพที่ได้รับความสนใจ คือการที่ “ไปป์” ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินเข้ายกมือไหว้และสวมกอดผู้เป็นลุง ท่ามกลางสายตาของสื่อมวลชนจำนวนมากที่ปักหลักรายงานสดต่อเนื่อง
เวลา 08.00 น. นายทักษิณ พร้อมครอบครัวและแกนนำเพื่อไทย ได้ร่วมยืนเคารพธงชาติบริเวณหน้าเสาธงภายในวงเวียนหน้าเรือนจำ ก่อนเสียงเพลงชาติไทยจะดังกึกก้อง ท่ามกลางภาพที่หลายฝ่ายมองว่าเป็น “สัญลักษณ์” ของการกลับคืนสู่สังคมไทยอย่างเป็นทางการ
หลังเสร็จสิ้นพิธีเคารพธงชาติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้นำตัวนายทักษิณขึ้นรถ Mercedes-Maybach S 580 e สีทูโทน ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพมหานคร โดยอดีตนายกรัฐมนตรีได้ลดกระจกลงโบกมือลาผู้สนับสนุน ก่อนขบวนรถจะมุ่งหน้าไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่พักโทษคุมประพฤติต่อจากนี้
ตลอดช่วงเช้า บริเวณหน้าเรือนจำเต็มไปด้วยบุคคลสำคัญทางการเมือง ทั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข รวมถึงเครือญาติและเพื่อนร่วมรุ่นมงฟอร์ตวิทยาลัยของนายทักษิณ ที่เดินทางมาร่วมต้อนรับ สะท้อนให้เห็นว่า แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ “อิทธิพลทางการเมือง” และฐานมวลชนของอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ ยังคงเหนียวแน่นและจับตาได้ทุกย่างก้าว


















