ไทย เอสพีเอส นิวส์ เป็นเว็บข่าวเพื่อมวลชน เจาะลึก ทันเหตุการณ์ โดยสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย
คุมฝากขัง “ซี–แม่บ้าน” คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพ “ผจก.ท็อป” ตร.ค้านประกัน ลุยขยายผลจ่อหมายจับบอสใหญ่
(อ่านแล้ว 46 ครั้ง)
Share on Google+

  คุมฝากขัง “ซี–แม่บ้าน” คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพ “ผจก.ท็อป” ตร.ค้านประกัน ลุยขยายผลจ่อหมายจับบอสใหญ่

 



 

คอลัมน์ข่าว :aekdon

คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพผู้จัดการฝ่ายขายบริษัทนำเข้าเครื่องมือแพทย์ยังคงขยายวงต่อเนื่อง ล่าสุดตำรวจ สน.สุทธิสาร คุมตัวผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย ฝากขังศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เริ่มต้นจากการหายตัวไปของ นายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ “ท็อป” อายุ 46 ปี ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ในย่านสุทธิสาร ก่อนที่ชุดสืบสวนจะติดตามแกะรอยจนพบศพของผู้เสียชีวิตในสภาพถูกเผาจนเหลือเพียงโครงกระดูก ที่พื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีได้แล้วรวม 7 ราย และยังคงขยายผลอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่ สน.สุทธิสาร พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร สั่งการให้พนักงานสอบสวนคุมตัวผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือ
นายสรวีย์ หรือ “ซี” รัฐพิทักษ์ถิรดา และ น.ส.เบญญาภา รัฐพิทักษ์ ส่งฝากขังต่อศาลอาญาตามหมายจับในข้อหาร้ายแรงหลายกระทง อาทิ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กักขังหน่วงเหนี่ยว ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันทำลายหรือซ่อนเร้นศพเพื่อปกปิดการตาย รวมถึงข้อหาอั้งยี่และซ่องโจร

ระหว่างเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองขึ้นรถเพื่อนำตัวไปศาล ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงประเด็นคดี รวมทั้งต้องการให้ฝากคำขอโทษไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่ทั้งคู่ยังคงปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามใด ๆ

ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การเพียงภาคเสธ โดย น.ส.เบญญาภา มีสถานะเป็นแม่บ้านของนายสรวีย์ ขณะที่ฝ่ายสืบสวนได้ขยายผลเพิ่มเติมจนพบหลักฐานใหม่ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งคาดว่าเป็นผู้สั่งการในระดับ “บอสใหญ่” และลูกน้องใกล้ชิดที่มีบทบาทสำคัญในการสั่งการก่อเหตุ

คดีนี้จึงยังไม่สิ้นสุด และมีแนวโน้มขยายไปถึงตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการอุ้มฆ่าอำพรางศพครั้งนี้ต่อไป.

Share on Google+
หนังสือพิมพ์ออนไลน์
เศรษฐกิจในประเทศ