(อ่านแล้ว 16 ครั้ง)
“น้ำมันดิ่ง-ทองพุ่ง หุ้นสหรัฐทะยานแรง รับสัญญาณสงครามเริ่มคลาย”
ตลาดการเงินโลกพลิกทิศอย่างชัดเจน หลังมีสัญญาณว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งแรง และทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนแห่เข้าถือครอง
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันอังคาร (31 มี.ค.) โดยน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ปิดที่ 101.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.50 ดอลลาร์ ส่วนเบรนท์แม้มีความผันผวน แต่สัญญาระยะถัดไปสะท้อนแรงขายชัดเจน ท่ามกลางความหวังว่าสงครามอาจยุติลงในไม่ช้า
ปัจจัยสำคัญมาจากรายงานข่าวที่ระบุว่า “มาซูด เปเซชเคียน” ประธานาธิบดีอิหร่าน แสดงความพร้อมยุติสงคราม หากได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ ขณะเดียวกัน ท่าทีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณลดการเผชิญหน้าทางทหาร ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับความหวังของตลาด
แรงหนุนดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง ดัชนีดาวโจนส์ทะยานกว่า 1,125 จุด หรือ 2.49% ปิดที่ 46,341.51 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเกือบ 3% และ 4% ตามลำดับ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม แม้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเริ่มผ่อนคลาย แต่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังคงกดดันตลาดในอีกมุมหนึ่ง ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้น 2.7% ปิดที่ 4,678.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนยังคงมองทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ภาพรวมตลาดในขณะนี้จึงสะท้อน “ความหวังปะทะความกังวล” อย่างชัดเจน—สงครามอาจคลี่คลาย แต่มรสุมเงินเฟ้อยังไม่จบง่าย ๆ และนั่นทำให้ทิศทางเศรษฐกิจโลกยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
















