(อ่านแล้ว 7 ครั้ง)
“คุก ‘ทนายตั้ม’ 5 ปี 12 เดือน คดีหลอกลงทุน-ซื้อเบนซ์ ศาลชี้เข้าข่ายฉ้อโกง ชดใช้ 72.5 ล้าน”
ศาลอาญารัชดาภิเษกมีคำพิพากษาคดีที่สังคมจับตามอง เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 โดยตัดสินลงโทษ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ในคดีฉ้อโกงและฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ จตุพร อุบลเลิศ หรือ “มาดามอ้อย” ผู้เสียหายที่กล่าวหาว่าถูกหลอกให้โอนเงินจำนวนมหาศาลหลายรายการ
คดีนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และมาดามอ้อย ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องทนายตั้ม พร้อมภรรยาและผู้เกี่ยวข้องรวม 7 คน ในข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน และสมคบฟอกเงิน จากกรณีการโอนเงินเพื่อการลงทุนและธุรกรรมต่าง ๆ รวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท อาทิ เงินลงทุนแพลตฟอร์มจำหน่ายสลากออนไลน์ 71 ล้านบาท เงินซื้อรถยนต์หรู 13 ล้านบาท และเงินสำหรับว่าจ้างศิลปินชาวจีนผ่านสกุลเงินดิจิทัลอีก 39 ล้านบาท
ตลอดการต่อสู้คดี ฝ่ายผู้เสียหายยืนยันว่าถูกหลอกลวงให้โอนเงิน ขณะที่ทนายตั้มยืนยันมาตลอดว่าเป็นเงินที่ได้รับจากความเสน่หาและความไว้วางใจส่วนตัว มิใช่การฉ้อโกงตามที่ถูกกล่าวหา
หลังพิจารณาพยานหลักฐาน ศาลเห็นว่าจำเลยมีความผิดในส่วนที่หลอกลวงเกี่ยวกับโครงการแพลตฟอร์มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ รวมถึงกรณีรับเป็นตัวกลางจัดหารถยนต์หรู Mercedes-Benz G-Class มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยศาลวินิจฉัยว่า ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างคู่กรณีเป็นเหตุให้ผู้เสียหายเชื่อถือและหลงเชื่อ จึงเข้าลักษณะความผิดฐานฉ้อโกง
ศาลกำหนดโทษในความผิดฐานฉ้อโกง จำคุก 4 ปี 6 เดือน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์อีก 1 ปี 6 เดือน เมื่อนำมารวมโทษแล้ว ให้จำคุกนายษิทราเป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน พร้อมสั่งชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 72.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย
ภายหลังฟังคำพิพากษา ทนายตั้มได้กล่าวต่อศาลว่า ต้องการให้คดีของตนเป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้พิพากษารุ่นใหม่ โดยมองว่าบางครั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อาจมีน้ำหนักน้อยกว่าพยานบุคคลในการพิจารณาคดี
ขณะถูกควบคุมตัวออกจากห้องพิจารณา ทนายตั้มมีสีหน้าเคร่งเครียดและมีน้ำตาคลอ โดยยืนยันว่าตนยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยเฉพาะในส่วนของเงินจำนวน 71 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่ามีหลักฐานการสนทนาระหว่างคู่กรณีที่สามารถอธิบายที่มาของเงินได้ แต่ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาอย่างครบถ้วนในชั้นศาล
คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ความไว้วางใจระหว่างบุคคล แม้จะเกิดขึ้นจากความสนิทสนมหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว ก็อาจกลายเป็นประเด็นข้อพิพาททางกฎหมายที่มีมูลค่าความเสียหายมหาศาล และส่งผลต่อชีวิตของทุกฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
















