(อ่านแล้ว 25 ครั้ง)
“หลังเสียงปืนเงียบลง สิทธิของประชาชนก็ค่อย ๆ หายไป”
โดย aekdon
หลังสงครามแต่ละครั้ง ประชาธิปไตยไม่เคยกลับมาเท่าเดิม
มันไม่ได้หายไปในคราวเดียว แต่ค่อย ๆ ถูกตัดทอนอย่างเงียบงัน ในนามของคำสวยหรูอย่าง “ความมั่นคง” “ความจำเป็น” และ “สถานการณ์พิเศษ”
ทุกครั้งที่เกิดสงคราม หรือความขัดแย้งรุนแรง สิ่งแรกที่รัฐมักขอจากประชาชนไม่ใช่ชัยชนะ แต่คือ การยอมจำนนชั่วคราว
ยอมให้ตรวจค้นง่ายขึ้น
ยอมให้สอดส่องมากขึ้น
ยอมให้ปิดปากคนเห็นต่าง
ยอมให้กฎหมายพิเศษอยู่เหนือสิทธิมนุษยชน
และมักบอกว่า “แค่ช่วงนี้เท่านั้น”
แต่ประวัติศาสตร์สอนเราว่า
สิทธิที่ถูกพักไว้ชั่วคราว มักไม่ถูกคืนกลับมาเต็มจำนวน
เมื่อผู้คนคุ้นชินกับการถูกสั่ง
คุ้นชินกับการถูกควบคุม
คุ้นชินกับการไม่ได้ตั้งคำถาม
ประชาธิปไตยก็จะค่อย ๆ กลายเป็นเพียงพิธีกรรม ไม่ใช่อำนาจของประชาชนจริง ๆ
สงครามไม่ได้ทำลายแค่เมืองหรือชีวิตผู้คน
แต่มันเปิดโอกาสให้ อำนาจรวมศูนย์เติบโต
ให้รัฐแข็งแรงขึ้น
ในขณะที่ประชาชนอ่อนแรงลง
ทั้งในแง่สิทธิ เสรีภาพ และเสียงของตัวเอง
น่ากลัวยิ่งกว่าศัตรูภายนอก
คือการที่สังคมเริ่มเชื่อว่า
“การถูกจำกัดเสรีภาพ คือเรื่องปกติ”
“คนดีไม่จำเป็นต้องมีสิทธิ์มาก”
“ความสงบสำคัญกว่าความเป็นธรรม”
เมื่อใดที่ประชาชนยอมแลกเสรีภาพกับความกลัว
เมื่อนั้นสงครามก็ไม่จำเป็นต้องยิงปืนอีก
เพราะมันชนะไปแล้วในความคิดของผู้คน
ประชาธิปไตยไม่ได้หายไปเพราะศัตรู
แต่มักหายไปเพราะความเงียบ
ความเฉยชา
และการบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า
“เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น”
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่
ใครชนะสงคราม
แต่คือ
หลังสงคราม เราเหลือสิทธิ์เป็นเจ้าของประเทศนี้อยู่แค่ไหน
เพราะถ้าประชาชนไม่ระวัง
วันหนึ่งอาจตื่นขึ้นมาในประเทศที่สงบ
แต่ไม่เสรี
ปลอดภัย
แต่ไม่มีเสียง
และเรียกสิ่งนั้นว่า “ปกติ” ทั้งที่มันไม่เคยปกติเลย

















