(อ่านแล้ว 13 ครั้ง)
เดือดชายแดน! ผบ.ทหารเขมรโทรแจงวุ่น อ้าง “อุบัติเหตุหรือเมา” หลังยิงเนิน 469 ทหารไทยเจ็บ—กองทัพเตือนละเมิดหยุดยิง
คอลัมน์ข่าวความมั่นคง : aekdon
เสียงปืนลูกเดียว แต่แรงสั่นสะเทือนทั้งแนวชายแดน
สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังเกิดเหตุยิงปืนครกเข้ามาในเขตพื้นที่ฝ่ายไทย จนทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ แม้เหตุการณ์จะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องหลังการ “โทรศัพท์เจรจาวุ่น” ของฝ่ายตรงข้าม สะท้อนสัญญาณที่ไม่อาจมองข้ามได้
ยิงเนิน 469 ทหารไทยเจ็บจากสะเก็ด
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 6 มกราคม 2569 เมื่อมีรายงานว่า ปืน ค. ยิงเข้ามาในพื้นที่ เนิน 469 ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จากสะเก็ดระเบิด เบื้องต้นอาการปลอดภัย ไม่อยู่ในภาวะอันตราย
เหตุยิงดังกล่าวสร้างความตื่นตัวในพื้นที่ชายแดนทันที เนื่องจากเป็นพื้นที่อ่อนไหวที่ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิงและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง
วาสนา นาน่วม เผยเบื้องหลัง “สายตรงเขมร”
ล่าสุด วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารอาวุโส เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า
ผู้บังคับหน่วยทหารฝั่งกัมพูชาได้โทรศัพท์มาเจรจากับฝ่ายไทยอย่างเร่งด่วน หลังเกิดเหตุ พร้อมชี้แจงว่าเหตุยิงดังกล่าวอาจเป็น
-
“อุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่” หรือ
-
“เกิดจากความคึกคะนอง หรืออาการมึนเมาของกำลังพล”
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของไทยระบุชัดว่า การกระทำดังกล่าว เข้าข่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และเป็นพฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้ โดยฝ่ายไทยได้ส่งสัญญาณเตือนไปแล้วว่า อย่ากระทำในลักษณะนี้ซ้ำอีก
ไทยเตรียมพร้อมตอบโต้ หากสถานการณ์บานปลาย
รายงานจากแหล่งข่าวความมั่นคงระบุว่า แม้ฝ่ายไทยยังใช้ความอดกลั้น แต่ได้มีการ เตรียมความพร้อมเชิงยุทธการ หากสถานการณ์ลุกลามหรือมีการกระทำซ้ำ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างชัดเจน
กองทัพภาคที่ 2 ขอประชาชนเชื่อมั่น
ด้าน กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และได้กำชับทุกหน่วยให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัด
กองทัพยืนยันว่า จะรายงานความคืบหน้าให้ผู้บังคับบัญชาและประชาชนรับทราบเป็นระยะ พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า
กองทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รับผิดชอบ และยึดความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ
บทสรุปที่ยังไม่จบ
แม้เหตุการณ์จะถูกอ้างว่าเป็น “อุบัติเหตุ” หรือ “ความผิดพลาดเฉพาะบุคคล” แต่เสียงปืนที่ดังขึ้นเพียงนัดเดียว ก็เพียงพอจะทำให้สถานการณ์ชายแดนสั่นคลอน
จากนี้ สิ่งที่สังคมจับตาไม่ใช่แค่ผลสอบข้อเท็จจริง
แต่คือคำถามสำคัญว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะยังมีความหมายมากเพียงใด หากปืนยังลั่นข้ามแดนได้อีก
















