ไทย เอสพีเอส นิวส์ เป็นเว็บข่าวเพื่อมวลชน เจาะลึก ทันเหตุการณ์ โดยสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย
เปิดภาพนาทีส่งตัว “เฉิน จื้อ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์โลก ขึ้นเครื่องกลับจีน ปมข้อหายังคลุมเครือ
(อ่านแล้ว 20 ครั้ง)
Share on Google+

  เปิดภาพนาทีส่งตัว “เฉิน จื้อ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์โลก ขึ้นเครื่องกลับจีน ปมข้อหายังคลุมเครือ

 



 

โดย :aekdon
คดีอาชญากรรมข้ามชาติที่ทั่วโลกจับตา ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม หลังสำนักข่าว เดอะการ์เดียน เผยแพร่ภาพนาทีสำคัญ ขณะทางการกัมพูชาควบคุมตัว “เฉิน จื้อ” มหาเศรษฐีชาวจีน ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท “ปรินซ์กรุ๊ป” ขึ้นเครื่องบินส่งตัวกลับประเทศจีน ท่ามกลางกระแสข้อกล่าวหาหนักว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในเครือข่ายสแกมเมอร์ออนไลน์และการฟอกเงินระดับนานาชาติ

รายงานระบุว่า การส่งตัวครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ และยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า เฉิน จื้อ จะถูกดำเนินคดีในข้อหาใดบ้างเมื่อถึงจีน โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนเพียงระบุสั้น ๆ ว่า ทางการจีนกำลังร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อประชาชนทั่วโลก

เดอะการ์เดียนชี้ว่า การจับกุมและส่งตัว เฉิน จื้อ ถือเป็น “ก้าวใหญ่ที่สุด” ครั้งหนึ่งของการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่กระจายตัวอยู่ในหลายประเทศ ซึ่งมีแรงงานหลายพันคนจากทั่วโลก ตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกมาทำงานหรือแม้แต่ถูกลักพาตัว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ ผ่านสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) และเครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) โดยประสานงานร่วมกับรัฐบาลสหราชอาณาจักร เล่นงานเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่พัวพันกับการหลอกลวงออนไลน์


 

หนึ่งในเป้าหมายหลัก คือ “ปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป” หรือ Prince Group TCO ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในกัมพูชา และถูกระบุว่ามี เฉิน จื้อ เป็นผู้นำเครือข่าย องค์กรดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าใช้กลโกงการลงทุนออนไลน์ หลอกเงินเหยื่อจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวอเมริกันและประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก จนมีรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลในเครือข่ายถูกคว่ำบาตรรวมถึง 146 ราย

แม้ภาพการส่งตัว เฉิน จื้อ กลับจีน จะถูกเผยแพร่ออกมาแล้ว แต่คำถามสำคัญยังคงค้างคา นั่นคือ เขาจะถูกดำเนินคดีในระดับใด และจะสาวไปถึงเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติได้ลึกเพียงไหน

คดีนี้จึงไม่ใช่แค่การจับกุมมหาเศรษฐีรายหนึ่ง แต่เป็นบททดสอบสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการปราบ “อุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์” ที่กำลังสร้างความเสียหายให้ผู้คนทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน.

Share on Google+
หนังสือพิมพ์ออนไลน์
เศรษฐกิจในประเทศ