ไทย เอสพีเอส นิวส์ เป็นเว็บข่าวเพื่อมวลชน เจาะลึก ทันเหตุการณ์ โดยสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย
ดอนเมืองระทึก! ชายคลั่งราดน้ำมันขู่เผาตัวเอง
(อ่านแล้ว 166 ครั้ง)
Share on Google+

  ดอนเมืองระทึก! ชายคลั่งราดน้ำมันขู่เผาตัวเอง – เพื่อนใช้ “ใบกระท่อม” เกลี้ยกล่อมจนยอมวางมีด ยุติเหตุระทึกกลางชุมชน

 



 

รายงานโดย aekdon

เหตุระทึกย่านดอนเมือง เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ระดมกำลังกว่า 10 นาย พร้อมอุปกรณ์ควบคุมสถานการณ์ ทั้งโล่ ไม้ง่าม และรถน้ำจากสถานีดับเพลิง เข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งราดน้ำมันขู่เผาตัวเอง ภายในบ้านพักในซอยเทิดราชัน 41 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง สร้างความแตกตื่นให้กับเพื่อนบ้านที่ต่างหนีตายกันอลหม่าน

ชายผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ นายบริษัท (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี สภาพคลุ้มคลั่ง มือหนึ่งถือมีดยาวกว่า 20 เซนติเมตร อีกมือกำขวดบรรจุน้ำมันไว้แน่น เดินวนไปมาภายในบ้าน พร้อมพูดจาเพ้อเจ้อเสียงดัง เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการเกลี้ยกล่อม แต่ไม่เป็นผล เจ้าตัวถึงขั้นปีนออกจากระเบียงชั้นสอง ก่อนพลัดตกทะลุหลังคาลงมาในบ้าน ได้รับบาดเจ็บถลอกเล็กน้อย แต่ยังไม่ยอมวางมีด

บรรยากาศตึงเครียดยืดเยื้อ จนกระทั่งเพื่อนสนิทของนายบริษัทเข้ามาช่วยพูดเกลี้ยกล่อม พร้อมนำ ใบกระท่อมและน้ำดื่ม มาให้ ชายคลั่งจึงค่อย ๆ สงบลง ก่อนยอมทิ้งมีดและเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวอย่างปลอดภัย

 

 

นายวันชัย แพขันทอง อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ได้รับแจ้งจากตำรวจว่ามีชายใช้น้ำมันราดตัวเอง จึงเร่งเข้าพื้นที่ร่วมกับดับเพลิงดอนเมือง เมื่อมาถึงพบผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ระเบียงชั้นสอง พูดคนเดียวไม่หยุด “ตอนนั้นเห็นเขาถือขวดแก้วดื่มน้ำบางอย่าง สันนิษฐานว่าอาจมีอาการจากสารเสพติด” นายวันชัยระบุ

ด้านเพื่อนบ้านเผยว่า นายบริษัทมีพฤติกรรมผิดปกติมาราว 1 เดือน ชอบเดินลากของจากซอยอื่น โวยวายตอนกลางคืน และดื่มน้ำกระท่อมผสมกัญชาอยู่บ่อยครั้ง “เคยส่งไปรักษาที่ศรีธัญญาแค่ 4 วันก็กลับมาเหมือนเดิม ช่วงหลังคนในซอยกลัว ไม่กล้าออกจากบ้าน” เพื่อนบ้านคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดผวา

 

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายบริษัท ส่งโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาอาการทางจิตอย่างเร่งด่วน

???? บทสรุป: เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาซ้ำซากของผู้ป่วยจิตเวชและผู้เสพสารเสพติดในชุมชน ที่แม้จะเคยผ่านการบำบัดแต่ขาดการติดตามต่อเนื่อง จนกลายเป็นภัยกับตนเองและสังคม — โชคดีที่ครั้งนี้ “ใบกระท่อม” กลับกลายเป็น “ใบชีวิต” ที่ช่วยให้เหตุการณ์จบลงโดยไม่มีใครบาดเจ็บสาหัส.

 

 
Share on Google+
หนังสือพิมพ์ออนไลน์
เศรษฐกิจในประเทศ