(อ่านแล้ว 210 ครั้ง)
????⚠️ “ภาคใต้สะเทือน!” CNN เตือนฝน 300 ปีพัดถล่ม—หาดใหญ่จมบาดาล น้ำท่วมสูง 2.5 เมตร เจ็บ-ตายหลายสิบ
คอลัมน์ข่าว | aekdon
วิกฤตฝนถล่มใต้ ‘เมืองบาดาล’ หาดใหญ่ – สงขลา
ภาคใต้ของไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยที่สาหัสที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายร้อยปี เมือง หาดใหญ่ จังหวัด สงขลา ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด — จากฝนที่ตกหนักที่สุดในรอบ 300 ปี จนถูก “น้ำสูงกว่า 2.5 เมตร” กลืนกินเมืองเกือบทั้งเมือง
???? สถานการณ์ ฝน 300 ปีถล่มใต้ – ทำไมถึงกลายเป็น "เมืองบาดาล"
-
เจ้าหน้าที่กรมชลประทานรายงานว่า หาดใหญ่เจอ “ฝนหนักสุดในรอบ 300 ปี” ภายในวันเดียว — ตัวเลขที่สะท้อนถึงภาวะพายุใหญ่ที่เกิดสักครั้งในสามศตวรรษ
-
ฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้มวลน้ำหลาก เข้าท่วมเมืองอย่างรวดเร็ว บ้านเรือน ถนน และโครงสร้างพื้นฐานจมอยู่ใต้น้ำสูงถึง 2–2.5 เมตร หลายพื้นที่ถูกตัดขาด ไม่สามารถเดินทางสัญจรได้
-
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ กรมชลประทาน ต้องเร่งส่งกำลัง อพยพประชาชน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเพิ่มเรือ-รถช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาวะฉุกเฉิน
⚠️ ผลกระทบร้ายแรง: บ้านเรือน น้ำ ไฟ รพ. — ทุกอย่างจม
-
มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 รายทั่วภาคใต้ จากอุบัติเหตุ น้ำท่วม ไฟฟ้าดูด และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว
-
พื้นที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก คือเมืองหาดใหญ่ — ถนนกลายเป็นคลอง บ้านเรือนหลายหลังจมในน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือเข้าอพยพและส่งของยังชีพให้ประชาชน
-
กรณีอาการหนักที่สุด คือที่ Hat Yai Hospital — ห้องทารกแรกเกิดถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีทารกกว่า 30 คนติดอยู่ภายใน แม่และญาติเข้าไม่ได้เพราะน้ำสูงเกินกว่า 2 เมตร
-
โรงพยาบาลถูกกระทบหนักทั้งระบบประปาและไฟฟ้า ขณะบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างยากลำบากในภาวะวิกฤตเพื่อดูแลผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่
???? หน่วยช่วยเหลือระดมเต็มที่ รัฐส่งเรือ พาหนะ และเรือเหาะ 14 ลำ เข้าช่วย
-
รัฐบาลตัดสินใจส่ง เรือหลวงจักรีนฤเบศร พร้อมเรืออื่น 14 ลำ เฮลิคอปเตอร์ แพทย์ และรถส่งเสบียงลงพื้นที่น้ำท่วมหนักทั่วภาคใต้ รวมถึงพื้นที่หาดใหญ่โดยเฉพาะ เพื่อช่วยอพยพและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน
-
หน่วยงานช่วยเหลือระบุว่าเริ่มแจกอาหารวันละหลายพันชุด พร้อมขนย้ายผู้คนที่ถูกตัดขาดออกจากพื้นที่เสี่ยง และเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำไปยังทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย
????️ วิกฤตครั้งนี้…เตือนความจริงของ “ภัยภูมิอากาศ” และความไม่พร้อมรับมือ
เหตุการณ์ฝนสะสม-น้ำหลากครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่ “น้ำท่วมใหญ่” แต่สะท้อนว่าภาคใต้ของไทยอาจกำลังเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว ที่แม้จะเกิดไม่บ่อยนัก — แต่ “ถ้าเกิดขึ้น คือถล่มหนักสะใจ”
สำหรับคนภาคใต้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่แค่แก้ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ให้ผ่านไปเท่านั้น แต่ควรเตรียมตัวรับมือกับ “ภัยพิบัติที่อาจเกิดซ้ำ” — ปรับระบบชลประทาน คลอง ระบายน้ำ บ้านเรือน ถนน และโครงสร้างพื้นฐานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น


















