(อ่านแล้ว 437 ครั้ง)
ส่องการเมือง พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
เปรียบเสมือนเสียงปี่กลองเริ่มดังขึ้น พรรคการเมืองทั้งพรรคเล็กพรรคใหญ่ต่างตื่นตัวเพื่อเตรียมการลงสู่สนามการเลือกตั้งในทันที วันนี้ทีมงานสกู๊ปข่าวการเมือง ไทยเอสพีเอสนิวส์ ขอส่องไปที่พรรคเล็กแต่น่าสนใจในความหมายของเครือข่าย คือ “พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย”ในปัจจุบันมีนายวิเชียร ควรเอี่ยม เป็นหัวหน้าพรรค นายชุมพร จิตนาวสาร เป็นเลขาธิการพรรค และมีนางกุลจิณัณท์ ผิวแดง เป็นโฆษกพรรค และมีนายวชิร ศุภรมย์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคและในการลงสู่สนามการเลือกตั้งครั้งนี้ทางพรรคได้มีมติส่งนายวชิร ศุภรมย์ เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย มีวิสัยทัศน์แนวความคิดว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนี้ไม่ใช่ทั้งประเด็นเศรษฐกิจ ปากท้อง หรือแม้แต่ความมั่นคงชายแดน แต่เป็นปัญหา"การเมือง" ต่างหากซึ่งต่างฝ่ายต่างช่วงชิ่งอำนาจรัฐไว้เพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้กับตนเองและพรรคพวก การกล่าวอ้างว่าทำเพื่อประชาชนจึงเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองเพื่อพูดให้ดูดีเท่านั้น พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย จึงอาสาเป็นปากเสียงให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนผู้มีอาชีพเกษตรกร ที่ผ่านมาพรรคฯ ขาดโอกาสในการเข้าไปส่งเสียงของตัวเองแทนประชาชนในสภาฯ ซึ่งนโยบายของพรรคฯ ไม่ได้มีแค่เพื่อช่วยเหลือชาวนาชาวไร่หรือเกษตรกรไทยเท่านั้น แต่จะส่งผลดีไปที่"ชนชั้นกลาง"ด้วยเพราะชนชั้นกลางในเมืองก็เป็นคนที่รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งในด้านสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่แพงและผลกระทบอื่นๆ ขึ้นผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ผลกระทบชนชั้นเกษตรกรไทยเท่านั้นที่ แต่มันได้ลุกลามไปถึงคนชั้นกลางที่เป็นพนักงานเงินเดือน ซึ่งต่างก็ลำบากรับผลกระทบร่วมกันหมด ในปัจจุบันจึงเห็นได้ว่ากลุ่มคนต่างๆ เหล่านั้นเริ่มพ่ายแพ้ต่ออำนาจทุน ซึ่งไม่ได้หมายถึงทุนเทาทุนดำ แต่หมายถึงทุนทางเศรษฐกิจซึ่งผูกขาดโดยกลุ่มพ่อค้าใหญ่ ซึ่งเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมืองใหญ่เท่านั้น "พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย จึงวางนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อเป็นพรรคของชาวนาชาวไร่เกษตรกรไทยเพื่อ'เกษตรกรปฏิวัติไทย'"
.jpeg)


นายวชิร แคนดิเดตนายกฯ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวว่าที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองใดเอาปัญหาเหล่านี้ไปแก้ไข เพราะพรรคการเมืองเหล่านี้ต่างก็มีนายทุนใหญ่หนุนหลังอยู่ ต่างกับพรรค"พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย"ที่เป็นพรรคประชาธิปไตยแท้ๆ ซึ่งมีแต่ชาวบ้านชาวไร่ชาวนาที่เป็นเกษตรกรคอยหนุนหลัง "พรรคไม่มีกลยุทธ์อะไรที่สลับชับช้อน นอกจากต้องการบอกกับประชาชนว่าหากต้องการ การเมืองดีที่ต้องการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติให้นึกถึง"พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย"เหมือนกับท่านที่ทานข้าวเพื่อบำรุ่งร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง ดังเสมือนข้าวปลาอาหารไม่มีโทษต่อท่าน มีแต่ประโยชน์ต่อท่าน พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ก็เช่นเดียวกันกับชาวนาผู้ผลิตข้าวปลาอาหารซึ่งมีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษต่อประชาชนไทยอย่างแน่นอน"
เบอร์ 52 คือเบอร์ของพรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ซึ่งทางพรรคฯ ได้มีมติให้ส่ง นายวชิร ศุภรมย์ เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1. และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ทนายวันชัย ปารมีกาศ จากจังหวัดลำพูน เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2. นายเทอดรัฐ นาหัวนิล จากจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 3., นายบุญยืน พานิชกุล จากภาคใต้เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 4.นางเตือนใจ น้ำใจสัตย์ จากภาคกลางเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5. นายศรีวิชัย ชาวดง จากจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 6. ในส่วนการส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ส่งเฉพราะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) คือจังหวัดหนองบัวลำภู ส่งนายกมล มุขธระโกษา ลงเขต1. ส่งนายประสิทธิ์ พลศักดิ์ขวา ลงเขต 2. ทางพรรคจึงขอประชาสัมพันธ์ให้กรรมการและสมาชิกพรรคและประชาชนทุกท่านได้รับทราบเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานผู้ลงสมัคร สส.ดังกล่าวและเพื่อแสดงออกถึงการรวมพลังชาวนาชาวไร่และชาวเกษตรกรไทย ให้ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อที่พรรคจะได้มี สส.เพื่อเข้าไปในสภาฯ เป็นปากเสียงให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยทั้งประเทศ พรรคจะทำให้พี่น้องเกษตรกรไทยเราก้าวพ้นความทุกข์ยาก


ทีมงานสกู๊ปข่าว ไทยเอสพีเอสนิวส์ มองว่าการเมืองที่ที่ผ่านมาเราได้แต่ สส.คนเดิม ๆ และพรรคเดิม ๆ ตอนหาเสียงทุกพรรคต่างนำนโยบายประเภทสามารถจะทำให้ประชาชนจะสบายดังเป็นเทวดา นำมาหลอกล่วงประชาชนมาให้หลงไหลเคลิบเคลิ้มมาโดยตลอดเป็นเวลาหลายสิบปี พอเลือกตั้งเสร็จท่านหายหัวไปเลย อุปมาอุปมัยตามที่ประชาชนพูดล้อกันมาว่า ในช่วงขณะเดินสายหาเสียง ท่านมองเห็นหมาวิ่งผ่านแว๊ปๆ ตกใจนึกว่าเป็นคนรีบยกมือไหว้ แต่พอเลือกตั้งเสร็จได้เป็น สส.ชาวบ้านคิดถึงท่านอดทนนั่งรถไปหาท่านที่บ้านยังไม่เคยเจอท่านเลยสักครั้งจะเห็นอีกที่ก็ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ขอให้ประชาชนลองคิดดูว่า สส.ที่ท่านเลือกเขามาโดยตลอดหลายสมัยนั้น ซึ่งเป็น สส.ในเขตของท่านเคยเจอเขาสักครั้งหลังเลือกตั้งหรือไม่ และ สส.บางคนก็รับมรดกมาจากพ่อแม่ที่เคยเป็น สส.ทั้งที่ตำแหน่ง สส.เป็นมรดกของประชาชนบางคนบางกระกูลเอาไปเป็นสมบัติของตระกูลตนเองเฉยเลย
ทีมงานสกู๊ปข่าว ไทยเอสพีเอสนิวส์ จึงขอวิงวอนให้ประชาชน (ชาวนาชาวไร่เกษตรกรไทย) ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้พิจารณาวันเวลาที่ผ่านมาว่า สส.ที่เราได้กาเบอร์เลือกตั้งให้เขาเข้าไปเป็น สส.ในสภาฯ ได้ทำผลงานสร้างประโยชน์อะไรให้กับชาวนาชาวไร่เกษตรกรไทยบ้าง ที่เราสัมผัสและมองเห็นได้ชัดเจนคือชาวนาชาวไร่เกษตรกรไทยยังคงความทุกข์ยากจน แบบเสมอต้นเสมอปรายเหมือนเดิมมาห้าหกสิบปีแล้ว ให้เรามองย้อนดูว่าชาวนาชาวไร่เกษตรกรไทยตั้งแต่รุ่นปู่มาจนถึงรุ่นหลานเหลน ก็ยังยากจนมีหนี้สินมาโดยตลอดไม่มีเปลี่ยนแปลง จึงขอชาวไร่ชาวนาเกษตรไทย ลองยังคิดสักนิดก่อนกาเบอร์ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อว่า ท่านควรเลือกพรรคไหนและใครเป็นตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงแทนท่านจากทีมงานสกู๊ปข่าว ไทยเอสพีเอสนิวส์
















